เจาะลึกกฎหมาย AI ของแต่ละประเทศ
และผลกระทบต่อธุรกิจข้ามชาติ
มกราคม 2569 บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติอเมริกันแห่งหนึ่งที่ให้บริการระบบคัดกรองผู้สมัครงาน โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้รับจดหมายจากทนายความพร้อมกันในสัปดาห์เดียว จดหมายแรกมาจากฝั่งสหภาพยุโรปแจ้งว่าระบบของบริษัทละเมิดกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ เพราะไม่มีการอธิบายว่าปัญญาประดิษฐ์ตัดสินใจอย่างไร จดหมายที่สองมาจากทางการจีนแจ้งว่าต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้ในจีนไว้ในเซิร์ฟเวอร์จีนเท่านั้น และจดหมายที่สามมาจากทนายความในสหรัฐอเมริกาแจ้งว่าอัลกอริทึมของบริษัท อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของรัฐนิวยอร์ก
บริษัทนั้นไม่ได้ทำผิดกฎหมายของประเทศตัวเอง แต่มันทำผิดกฎของสามประเทศพร้อมกัน และทั้งสามกรณีนั้นก็ใช้หลักการต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่คือความเป็นจริงของโลกธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ในปี 2569 ที่ทุกบริษัทที่ให้บริการข้ามพรมแดนต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
๑. ภาพรวม โลกแบ่งเป็นสามค่ายความคิด
ถ้ามองภาพรวมของกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกในปี 2569 จะเห็นว่าโลกแบ่งออกเป็นสามค่ายความคิดที่ชัดเจน ค่ายแรกเน้นการคุ้มครองประชาชนและสิทธิพื้นฐาน ค่ายที่สองเน้นการรักษาอำนาจของรัฐและความมั่นคงแห่งชาติ และค่ายที่สามเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมและยังไม่รีบออกกฎ แต่ละค่ายมีผลกระทบต่อธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ความซับซ้อนนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งโดยไม่มีเหตุผล แต่เกิดจากค่านิยมที่แตกต่างกันจริงๆ ระหว่างสังคม ยุโรปให้น้ำหนักกับสิทธิส่วนบุคคลและการตรวจสอบได้ จีนให้น้ำหนักกับเสถียรภาพของสังคมและการควบคุมของรัฐ สหรัฐอเมริกาให้น้ำหนักกับเสรีภาพทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งยังอยู่ในขั้นตัดสินใจว่าจะเลือกเดินทางไหน ซึ่งรวมถึงไทยด้วย
๒. เจาะลึกแต่ละภูมิภาค: กฎหมายที่ต้องรู้

ไม่มีบริษัทไหนที่ดำเนินธุรกิจข้ามชาติในยุคนี้สามารถเลือกรู้กฎหมายแค่ประเทศเดียวได้ ต่อไปนี้คือสถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคสำคัญที่ธุรกิจไทยและธุรกิจข้ามชาติที่ดำเนินงานในไทย ควรรู้และเตรียมรับมือ
สหภาพยุโรป เข้มที่สุดและครอบคลุมที่สุด
กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรปที่บังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 ถือเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมที่สุดในโลก หลักการสำคัญคือการแบ่งปัญญาประดิษฐ์ออกเป็นระดับความเสี่ยงสี่ระดับ ระดับแรกคือความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้เลย ได้แก่ ระบบที่ตรวจสอบอารมณ์ในที่ทำงาน ระบบคะแนนสังคม และการรู้จำใบหน้าในที่สาธารณะแบบเรียลไทม์ ซึ่งถูกห้ามโดยสิ้นเชิง ระดับที่สองคือความเสี่ยงสูง เช่น ระบบคัดกรองผู้สมัครงาน การประเมินสินเชื่อ และระบบช่วยวินิจฉัยโรค ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบเข้มข้นก่อนวางขาย
สหรัฐอเมริกา หลายเสียง หลายทิศทาง
สหรัฐอเมริกาไม่มีกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกฎเลย เพราะแต่ละรัฐออกกฎของตัวเอง รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นผู้นำ มีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับความโปร่งใสของปัญญาประดิษฐ์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการห้ามใช้ระบบรู้จำใบหน้าในหลายบริบท รัฐนิวยอร์กออกกฎห้ามใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินใจเรื่องการจ้างงาน โดยไม่มีการตรวจสอบอคติ ขณะที่ระดับรัฐบาลกลางเน้นไปที่การออกแนวทางปฏิบัติมากกว่าการออกกฎหมายบังคับ
จีน ครอบคลุมและเน้นอำนาจรัฐ
จีนไม่ได้มีกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ฉบับเดียว แต่มีกฎระเบียบหลายชุดที่ออกมาทยอยตั้งแต่ปี 2564 กฎชุดแรกควบคุมอัลกอริทึมที่ให้คำแนะนำเนื้อหา กฎชุดที่สองควบคุมเนื้อหาสังเคราะห์ รวมถึงการสร้างเสียงและภาพปลอม และกฎชุดล่าสุดควบคุมบริการปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์โดยตรง สิ่งที่ทำให้กฎหมายจีนแตกต่างจากที่อื่นคือการกำหนดให้ ข้อมูลของผู้ใช้ที่อยู่ในจีนต้องจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งในจีนเท่านั้น ซึ่งทำให้บริษัทต่างชาติต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานแยกส่วนสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ
สหราชอาณาจักร เลือกทางสายกลาง
หลังออกจากสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรเลือกเส้นทางของตัวเอง โดยไม่ออกกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ฉบับเดียวครอบคลุมทุกอย่าง แต่ให้หน่วยงานกำกับดูแลแต่ละด้านออกแนวทางของตัวเอง เช่น หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันและตลาดดูแลด้านการผูกขาด หน่วยงานข้อมูลส่วนบุคคลดูแลด้านความเป็นส่วนตัว ทั้งหมดนี้ภายใต้กรอบหลักการห้าข้อที่รัฐบาลกำหนด ได้แก่ ความปลอดภัย ความโปร่งใส ความเป็นธรรม สิทธิรับผิดชอบ และการโต้แย้งได้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังอยู่ในช่วงร่างกรอบ
ในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์เดินหน้าเร็วที่สุด โดยออกกรอบการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์เน้นหลักการอธิบายได้ ความเป็นธรรม และความโปร่งใส แต่ยังเป็นแนวทางแนะนำ ไม่ใช่กฎบังคับ ไทยอยู่ระหว่างการร่างนโยบายปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ โดยสำนักงานพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังศึกษาแนวทางจากต่างประเทศ มาเลเซียและอินโดนีเซียก็อยู่ในขั้นตอนคล้ายกัน ซึ่งหมายความว่าในระยะสั้น ธุรกิจในภูมิภาคนี้มีอิสระมากกว่า แต่ก็ขาดความชัดเจนว่าอะไรที่ทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้
๓ ผลกระทบต่อธุรกิจไทยและบริษัทที่ดำเนินงานในไทย
แม้ไทยยังไม่มีกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ฉบับสมบูรณ์ แต่บริษัทไทยที่ส่งออกสินค้าหรือบริการไปยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา หรือบริษัทต่างชาติที่ดำเนินงานในไทย ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศปลายทางอยู่ดี นี่คือสิ่งที่หลายบริษัทยังไม่ตระหนัก
ใครได้รับผลกระทบบ้าง ?
บริษัทที่ต้องระวังมากที่สุดคือบริษัทที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินใจที่กระทบต่อผู้คน ไม่ว่าจะเป็นระบบคัดกรองผู้สมัครงาน ระบบประเมินสินเชื่อ ระบบกำหนดราคา ระบบแนะนำเนื้อหา หรือระบบดูแลลูกค้าที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ตัดสินใจแทนมนุษย์ ถ้าบริษัทของคุณส่งข้อมูลลูกค้ายุโรปไปประมวลผลในระบบปัญญาประดิษฐ์ กฎหมายยุโรปก็บังคับใช้กับคุณ ไม่ว่าบริษัทจะตั้งอยู่ที่ไหน
ธุรกิจที่ส่งออกไปตลาดจีนต้องเผชิญความท้าทายเพิ่มเติม เพราะกฎเรื่องการจัดเก็บข้อมูลในประเทศทำให้ต้องแยกระบบจีนออกมาโดยสิ้นเชิง ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สื่อ และซอฟต์แวร์ที่มีผู้ใช้ในจีนจำนวนมาก ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแยกต่างหาก ซึ่งมีต้นทุนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ
บทสรุป
คำถามที่นักธุรกิจและนักกฎหมายทุกคนในวงการปัญญาประดิษฐ์อยากรู้ คือโลกจะไปสู่มาตรฐานกลางที่ทุกประเทศยอมรับ หรือจะยังแยกส่วนกันไปตลอด คำตอบในปี 2569 คือทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ในระดับโลกมีความพยายามสร้างมาตรฐานร่วม องค์การสหประชาชาติผ่านมติเรื่องปัญญาประดิษฐ์ที่ปลอดภัยในปี 2567 กลุ่ม G7 มีข้อตกลงหลักการเรื่องปัญญาประดิษฐ์ที่รับผิดชอบ และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจมีแนวปฏิบัติที่หลายประเทศใช้อ้างอิง แต่ความตกลงระหว่างประเทศที่มีผลบังคับใช้จริงยังไม่เกิดขึ้น เพราะแต่ละประเทศยังไม่พร้อมยอมสละอำนาจอธิปไตยด้านข้อมูลและเทคโนโลยี
สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในระยะถัดไปคือการ ‘บรรจบกันบางส่วน’ ของกฎหมาย ประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายอย่างไทยจะค่อยๆ ออกกฎที่อ้างอิงจากยุโรป เพราะกฎหมายยุโรปครอบคลุมที่สุดและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากที่สุด บริษัทข้ามชาติจะค่อยๆ ออกแบบระบบให้ผ่านมาตรฐานยุโรปก่อน แล้วปรับเพิ่มเติมสำหรับแต่ละตลาด เหมือนที่เกิดขึ้นกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
เรียบเรียงโดย วุฒิภัทร ศรีสอาด
อ้างอิง
1. UK Government (2023–2026)
https://www.gov.uk/government/publications/ai-regulation-a-pro-innovation-approach
2. Singapore PDPC (2023–2026) https://www.pdpc.gov.sg/Help-and-Resources/2020/01/Model-AI-Governance-Framework
3. OECD (2019–2026)







